socialize:

  • facebook icon
  • twitter icon
  • rss icon

The Flat Head style guide

ขอชี้แจงสักนิดเพราะหลายๆท่านยังสับสนกับรุ่นต่างๆจาก FLAT HEAD

1001 3001 F310 และ 4001 เป็นทรงเดียวกันหมดและเป็นทรงที่เล็กที่สุดของแบรนด์นี้

ง่ายๆครับ ตัวแรกสุดจะบอกถึงผ้า ส่วนตัวหลังจะบอกถึงทรง

1001เป็นรุ่นที่ผ้าหนากว่าเพื่อนคือ 16oz

3001 และ F310 เป็นผ้าตัวเดียวกันและอยู่ที่14.5oz. ต่างกันที่F310เป็นรุ่น Frontier กระเป๋าหลังแบบใหม่และเดินด้ายด้วยPolycottonซึ่งจะทนากว่าcotton100% ที่ใช้ในรุ่นปรกติ ส่วน4001 จะเป็นผ้าสีดำครับ

Enjoy The Flat Head!

The Flat Head restock info

Flat Head bag

FlatHeadมาครั้งนี้นอกเหนือจากรุ่นคลาสสิคอย่าง3001และF310แล้ว ยังมี1001ที่หลายๆท่านถามหา ในจำนวนที่จำกัดมากๆ

และพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อFlatHeadไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหนก็ตามจะได้รับถุงของทางแบรนด์ตามรูปข้างบนไปด้วย (คุณหมีไม่เกี่ยวนะครับ)

**สงวนสิทธิเฉพาะลูกค้าที่ซื้อFlatHead และจนกว่าถุงหมด**

The Flat Head in stock now!

The Flat Head

The Flat Head กลับมาแล้วครบทุกไซส์ที่Prontoเซ็นทรัลเวิลด์และสยามสแควร์

The Flat Head

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมคนบางกลุ่มถึงยอมจ่ายเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเพื่อยีนส์เก่าๆจากปี1900ต้นๆทั้งที่เหลือแต่ซาก นำไปใส่ก็ไม่ได้ เรียกได้ว่าให้ฟรียังต้องคิดดูก่อน ความจริงแล้วมีความเชื่อว่ายีนส์ต้นตำหรับที่เป็นสุดยอดของการทอ การย้อมทั้งหลายถูกผลิตโดยLevi’sในช่วงนั้น ตั้งแต่นั้นหลายๆอย่างได้เปลี่ยนไปพร้อมกับการเวลาเช่นเครื่องจักร วิธีการทอ การย้อม การใช้ลายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะการที่โรงงานLevi’sในSan Franciscoถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำให้ข้อมูลหลายๆอย่าง เรียกได้ว่าเคล็ดลับของการผลิตยีนส์ต้นตำหรับสูญหายไปอย่างถาวร การได้ซื้อเศษยีนส์นี่แหละจึงเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่มนุษย์จะได้สัมผัสและเข้าใจถึงสูตรการผลิตยีนส์vintageที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้

สำหรับท่านที่ยังไม่เคยได้ยินชื่อThe Flat Head เป็นแบรนด์ที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยความรักในยีนส์vintageของคุณ Masayoshi Kobayashi คุณKobayashiได้สะสมและศึกษายีนส์โดยเข้าถึงลายละเอียดตั้งแต่การปั่นเส้นด้ายจนถึงการทอผ้ายีนส์ เขาใช้โรงงานอุตสาหกรรมขนาดย่อมของครอบครัวเล็กๆที่อาศัยอยู่ในชนบทของญี่ปุ่นที่ได้ซื้อเครื่องจักรไว้หลังจากที่โรงงานทอยีนส์สมัยก่อนในอเมริกาได้โละทิ้งเพื่อเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรแบบทันสมัย (เพื่อให้ผลิตได้เร็วขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการในตลาดmass)

การทอผ้ายีนส์แบบต้นตำหรับโดยได้ใช้เครื่องจักรโบราณหัวกระสวยประเภทนี้ที่เรียกว่าshuttle loomsซึ่งสามารถทอผ้าได้เพียงวันละ50หลา(กางเกง1ตัวใช้ผ้าประมาณ3หลา) และการย้อมผ้าโดยเทคนิคที่เรียกว่า “rope dyeing” นี้ก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่กินเวลาและแรงงานมากเพราะการย้อมวิธีนี้เฉพาะบริเวณผิวของเส้นด้ายที่นำมาทอจะถูกย้อมแต่ตรงกลางจะยังเป็นสีขาวธรรมชาติของฝ้ายอยู่ ทำให้การเฟดของFlat Headออกมาสวยและมีมิติกว่าโดยใช้เวลาน้อยกว่ายีนส์ทั่วไป นอกเหนือจากนี้ยีนส์Flat HeadยังมีDetailอื่นๆอีกมากมาย เช่นการใช้หมุดซ่อน(Concealed Rivets)บริเวณกระเป๋าหลัง กระเป๋าเหรียญเป็นผ้าริม การใช้กระดุมและหมุดที่เป็นเหล็กทองแดงซึ่งจะทำให้เกิดสนิมเมื่อใช้ไปเรื่อยๆ การทำหูเข็มขัดนูนกลาง ซึ่งจะทำให้มีเฟดออกเป็นสีที่ต่างกัน เป็นดีเทลเล็กๆที่ทำให้เกิดกลิ่นไอของความเป็นvintage ของ FlatHead แบรนด์ที่เน้นทางด้านคุณภาพจึงเป็นที่มาของคำขวัญประจำแบรนด์ “We are particular about our clothes”

FlatHead เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่เราชื่นชมในความเป็นที่หนึ่ง และเราจะคอยนำข้อมูลข่าวสารที่เป็นเกร็ดน่ารู้ของแบรนด์นี้มานำเสนอเรื่อยๆในเวลาต่อไป

http://www.flat-head.com/

ในรูป คุณKobayashiกำลังอธิบายถึงที่มาของลายกระเป๋าหลัง จากตัวFH(Flat Head) และมือเราที่รีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นกลับมาเป็นที่ระลึก